Skip to main content

ภูมิคุ้มกันผิว : เราจะช่วยเสริมกลไกป้องกันผิวจากปัจจัยอันตรายต่างๆ ได้อย่างไร

Editor’s Picks | ธ.ค. 18, 2561
บทความที่เกียวข้อง

ในแวดวงผลิตภัณฑ์บำรุงผิว “ภูมิคุ้มกัน” กลายเป็นอีกหนึ่งคำที่ถูกกล่าวถึงบ่อยโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความงามในช่วงปีที่ผ่านมา ว่าแต่ “ภูมิคุ้มกันผิว” ที่ว่านี่มันคืออะไร? เราทุกคนรู้เรื่องการทานวิตามินบำรุง ดื่มน้ำผักผลไม้ปั่น และเคล็ดลับอื่นๆ เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันเมื่อร่างกายรู้สึกอ่อนล้า แต่เราจะช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันผิวโดยเฉพาะได้อย่างไร? แล้วมันมีผลกับผิวของเราอย่างไรกันแน่? มารู้จักวิทยาศาสตร์ของการบำรุงผิวและกลไกภายในในการปกป้องผิวของเราจากปัจจัยอันตรายในแต่ละวันอย่างมลพิษและความเครียดกัน

ภูมิคุ้มกันผิวคือ...

ผิวของคุณเป็นปราการป้องกันด่านแรกจากไวรัส แบคทีเรีย จุลินทรีย์ และสารพิษ เซลล์ภูมิคุ้มกันทำหน้าที่เป็นกันชน (buffer) กับเชื้อโรค และปกป้องผิวจากมลพิษ รังสี UV และความเครียดอื่นๆ “เซลล์ Langerhans ซึ่งอยู่ในเนื้อเยื่อชั้นบนของผิวหนังชั้นนอก (epidermis) ทำหน้าที่ตรวจหาผู้บุกรุกจากภายนอกและเตือนเซลล์อื่นๆ ให้เริ่มทำงานในระบบภูมิคุ้มกัน” นายแพทย์ Junichi Hosoi นักวิจัยอาวุโสที่ SHISEIDO อธิบาย

น่าเสียดายที่เมื่อเราอายุมากขึ้น ปัจจัยต่างๆ อาทิ ความเครียด อาหาร ไปจนถึงปัจจัยอันตรายภายนอก เช่น ควันพิษ รังสี มลพิษ ความแห้งในอากาศหรือความร้อน ต่างก็สะสมมากขึ้น จนทำให้เซลล์ที่ทำหน้าที่ปกป้องเหล่านี้อ่อนกำลังลง ดังนั้น เช่นเดียวกับที่เรารับเชื้อโรคและป่วยได้ง่ายขึ้นเมื่อร่างกายเหนื่อยล้า ปัจจัยอันตรายต่างๆ ก็สามารถทะลุผ่านผิวได้ง่ายขึ้น เมื่อเซลล์ Langerhans อ่อนกำลังลง เป็นเหตุให้ผิวของคุณเกิดความเสียหาย

ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวช่วยอะไรได้ไหม?

แม้ในทางปฏิบัติคุณอาจจะเปลี่ยนแปลงอาหารและรูปแบบการใช้ชีวิตเพื่อช่วยเสริมสร้างและปกป้องผิวจากปัจจัยอันตรายแวดล้อมเช่นมลพิษได้ น่าเสียดายที่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่สามารถส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกันผิวได้อย่างแท้จริง มันทำงานเพื่อช่วยเพิ่มพลังในการป้องกันผิวจากปัจจัยภายนอกเสียมากกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ไม่สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันได้โดยตรง (เพราะเป็นกระบวนการที่ต้องเกิดจากภายใน) นักวิจัยที่ชิเซได้ ใช้เวลาถึง 20 ปีในการคิดค้น Shiseido Ultimune Power Infusing Concentrate หรือเรียกอีกชื่อว่า “ระบบป้องกันตัวเองของผิว” ซึ่งช่วยในการปกป้องผิวจากปัจจัยอันตรายภายนอก นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นและปรับผิวให้เรียบเนียน ใบหน้าจึงดูสดใสขึ้น ข้อมูลพบว่าหลังใช้ต่อเนื่องกัน 2 สัปดาห์ ผู้หญิงพบว่าผิวของพวกเธอดูเรียบเนียนและนุ่มขึ้น

แล้วอาการผิวอักเสบล่ะ?

เมื่อมีอาการผิวแพ้ง่าย หลายครั้งสาเหตุมาจากปฏิกริยาที่เกิดจากสิ่งเร้าภายนอก คนที่มีผิวแพ้ง่ายมักมีปฏิกริยาอักเสบภายในที่รุนแรงกว่า ดังนั้นเมื่อสัมผัสกับน้ำหอม เครื่องสำอาง โลหะ หรือขนสัตว์บางประเภท ผิวจึงเกิดอาการคัน แดง และแห้งได้ โชคร้ายที่อาการนี้มักเกิดจากกรรมพันธุ์ แต่ก็สามารถจัดการได้ด้วยการบำรุงผิวด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ จากภายในสู่ภายนอก

จะจัดการผิวแพ้ง่ายที่มีอาการอักเสบได้อย่างไร?

ก่อนอื่นมารู้หลักการทางวิทยาศาสตร์ก่อน! ร่างกายจะเปลี่ยนไขมันจากอาหารที่ทานเข้าไปเป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์ทั้งเพิ่มและลดการอักเสบชื่อ prostaglandin คนที่มีผิวแพ้ง่ายจะไม่มีเอนไซม์ที่จะเปลี่ยนไขมันเหล่านี้เป็นสารเคมีที่ช่วยลดการอักเสบ ผิวจึงเกิดปฏิกริยาได้บ่อยกว่า วิธีหนึ่งที่จะช่วยได้คือการทานอาหารเสริมที่มีกรดไขมัน GLA, EPA และ DHA รวมถึงทานอาหารที่อุดมด้วย GLA, EPA และ DHA เช่นปลาที่มีมันมาก

นอกจากนี้คุณควรมองหาส่วนผสมในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่จะช่วยปลอบประโลมผิว Shiseido Ultimune Power Infusing Concentrate มีส่วนผสมสมุนไพรที่ช่วยลดการอักเสบ ทำให้ผิวอยู่ในสภาพสงบและสบาย ได้แก่ ใบแปะก๊วย (gingko biloba leaf) ไทม์ป่า (wild thyme) ไปจนถึงชิโซะญี่ปุ่น (Japanese shiso) ที่ช่วยปกป้องผิวจากน้ำมันส่วนเกินจากการออกซิเดชั่น (oxidized sebum) ที่เป็นสาเหตุของสิว

ผลิตภัณฑ์ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ผิวได้อย่างไร?

Shiseido Ultimune Power Infusing Concentrate ถูกพัฒนาขึ้นมาให้ช่วยการทำงานของเซลล์ Langerhans ที่อ่อนแอด้วยหลากหลายส่วนผสมปลอบประโลมผิว CM-Glucan คืออนุพันธ์ของยีสต์ที่พบแล้วว่ามีส่วนช่วยสนับสนุนกลไกปกป้องผิวตามธรรมชาติ ผสานกับน้ำกุหลาบบัลแกเรีย (Bulgarian rose water) ที่อ่อนโยนและมีฤทธิ์ปลอบประโลมผิว และสารรักษาความชื้น (humectant) ที่ช่วยเพิ่มการทำงานของเซลล์ Langerhans ภายในผิว

เราสามารถทำอะไรได้อีกเพื่อเสริมสร้างกลไกป้องกันผิวตามธรรมชาติ?

“แน่นอนว่าโมเลกุลที่สำคัญที่สุดในการสนับสนุนและรักษาสุขภาพผิวคือวิตามิน A” Tracy Tamaris ผู้ร่วมก่อตั้ง International Institute for Anti-Aging อธิบาย “มันดูแลการเปลี่ยนแปลงของเซลล์เพื่อไปทำหน้าที่ต่างๆ (cell differentation) การเจริญเติบโตเต็มที่และการเติบโต (maturation and growth) ของเซลล์” การใช้หลากหลายแนวทางร่วมกัน ซึ่งหมายถึงการบำรุงผิว การทานอาหารที่ดีซึ่งมีทั้งผักผลไม้หลากหลายสี ทานโปรตีนดีและทานน้ำมากๆ รวมถึงรับสาร Omega 3 และ 6 ผ่านทางปาก “เราต้องเติมกองทัพสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย เพราะมันช่วยปกป้องผิวจากอันตรายของอนุมูลอิสระ และวิตามิน A ก็สำคัญเพราะมันช่วยปกป้องเซลล์ Langerhans และป้องกันไม่ให้ถูกทำลาย” Tamaris กล่าวเพิ่ม

ช้อปลุคนี้